Online Class: Compressor Operator 29/4/2020 [Unedit)
Online Class วันที่ 29/4/2020
Compressor Theory & Design
Lesson outline
Review Basic diving physics
Isothermal
ย้อนเรื่อง Gas Laws ก่อนเริ่มจาก
Boyle’s Law
Pressure แปรปผกผันกับ Volume
ถ้ามีกล่องลูกสูบอันหนึ่ง ด้านในมีอากาศ
เลยเอาตัว clank shaft มาต่อ กับ ลูกสูบ
Charle’s Law
ถ้าความดันคงตัว ปริมาตร จะแปรผันตรงกับ อุณหภูมิ
กฏของ Charle’s Law ใช้กับ Piston ไม่ได้
ยกตัวอย่าง ถ้า บินขึ้นฟ้า ทำเป็น balloon อันนึง ซึ่ง มีเตาแก๊ซในการเพิ่มความร้อน ให้กับ Balloon พอมีความร้อนมากขึ้น ปริมาตรก็เพิ่มขึ้น ตอนแรก balloon เล็ก พอ ใส่ความร้อนเข้าไป ก็ มี ปริมาตรมากขึ้น ทำให้ มีแรงส่ง เราไปจุดความร้อนให้กับลูกโป่ง ลูกโป่งก็จะขยายตัว
Gay-Lussac’s Law
ถ้าปริมาตรคงตัว ความดันจะแปรผันตรงกับ อุณหภูมิ
เอา Chales กับ Guy-Lussac’s รวมกัน จะได้ Universal Gas law
P1V1/T1 = P2V2/T2
ก่อนหน้าที่จะข้ามจากเรื่องนี้ไปขอให้ทำแบบทดสอบเรื่อง Gas Law ก่อน
คำถาม
ถัง Scuba ขนาด S80 Aluminium เติม จาก 50 bar เป็น 200 bar เดิมอุณหภูมิห้อง 28 C
T ต้องเป็น Kelvin เท่านั้น ดังนั้น ต้องคิด เป็น 273+28 = 301
P1V1 / T1 = P2V2 / T2
50 Bar V1 / 301 K = 200 Bar V2 / T2
T2 = 200 Bar x 301 K / 50Bar
= 1204 K
= 1204 K - 273 = 931 C
ซึ่งถ้าดูจากตรงนี้ไม่น่าเป็นไปได้เพราะว่า 931 C นี่ร้อนมาก
แต่จากโจทก์ที่ให้มา มันคือการเปลี่ยนความดันจาก 50 Bar เป็น 200 Bar ในทันทีซึ่งในความเป็นจริง เราค่อย ๆเติม เข้าไป ซึ่งไม่ได้คิดถึงปัจจัยอื่น ๆเลย
จาก Boyle’s Law ยิ่ง Volume น้อย Pressure เพิ่ม จึงเป็น Idea ในการสร้าง Piston ขึ้นมา
Single Stage Compressor
สมมุติมี ลูกสูบตัวเดียว
อัดแล้วต่อเข้าเลย เจอในพวก ลูกสูบเครื่องสัก เครื่องตอกตะปู
สิ่งที่จะเกิดคือ เมื่อ piston เริ่ม start พอลูกสูบเริ่มทำงาน สิ่งที่เรา expect คือเมื่อ Volume มากขึ้น
จุดประสงค์ของ Comrpessor
- เพิ่มความดัน
- เพิ่มปริมาตร (Flow rate)
ถ้าเพิ่มความดันถึงความดันสูงจริง แต่ถ้าปริมาตรลดลง มันก็จะเติมถังไม่เต็ม ดังนั้นต้องได้ ทั้งปริมาตร และความดัน ซึ่งมันเป็นสองสิ่งที่ตาม Boyle’s Law มันตรงกันข้ามกัน
ดังนั้นถ้ากลับมาดู กราฟ
ด้านนึงคือ pressure ที่อยู่ในกระบอก อีกด้านคือ Volume ในกระบอก
ถ้าเราเริ่ม Start 1 cycle ทำให้ pressure มากขึ้น ปริมาตรน้อยลง
ถ้าเกิดมันเป็น Adiabatic compression ก็คือเมื่อ Pressure มันเข้าไป Volume ที่ต้องดูดอากาศเข้าไปมันมากขึ้นไปด้วย เพราะว่ามันไม่มีการ Cooling เลย แต่ถ้า สิ่งที่เราอยากได้ คือ Best case พอ เรา compress เข้าไป เราต้อง การ Volume ที่ดึงเข้ามาน้อย ถ้า Compressi แล้วเกิความร้อน เกิดอะไรขึ้นกับ Volume , Volume ขยาย โดยที่เราไม่ได้ทำให้มันเย็นลงเลย ทำให้มันเสีย ถ้าเรามีการระบายความร้อน Isothermal ทำให้เราใช้ Pressure เท่าเดิม แต่ว่าได้ Volume มากขึ้น แต่วาก็ยังไม่ถึง Best case ดังนั้นการที่เราไม่ทำให้ลูกสูบเย็น ก็จะทำให้ มันได้น้อย
ตัวลูกสูบถ้าเราอยากได้ 10bar ถ้าเราไม่ระบายความร้อนเลย พออากาศที่เรา Pressure อยู่มันร้อนทำให้ อากาศ ที่เราอัด ก็มี Volume มากทำให้การอัดต้องใช้แรงเยอะมาก ซึ่งทำให้เปลือง
แต่ถ้ามีการ Cool ก็จะทำให้มีการใช้พลังงานน้อยลงในการอัดเข้าไป เพราะว่า Volume ไม่ได้ขยายตัว
นั่นเป็นหนึ่งเหตุผลว่าเราไม่ใช้ Single Stage เพราะว่า เกิด Energy waste เยอะมาก
วิธีแก้ คือ แทนที่เราจะ Compress ที่เดียว เราแบ่งเป็ฯ Compress 3 รอบ
- Compress รอบแรก 10 bar อากาศร้อนแน่นอน จากนั้นเรา หล่อเย็น (Cool) ทำให้อากาศ มี Volume น้อยลง
- เรา Compress อีก 100 Bar แล้วเราก็ cool อีก
- เราก็ Compress จนขึ้นมาเป็น 200 bar
จากกราฟที่สอง จะเห็นว่าการที่เรา Compress แยก เป็น 3 ระดับทำให้เรา เกิด Energy wasted น้อยลง และ ความร้อนที่เกิดขึ้นก็น้อยลง
ทำให้ Graph ที่ได้จาก Multi stage ใกล้เคียงกับ Graph Isothermal มากซึ่งทำให้เราประหยัดพลังงานไปเยอะ
ทำให้ Flow rate เร็วขึ้น จาก
เราพูดถึงแรงของลูกสูบที่อัดลงไป
ถ้าสมมุติเราดึงอากาศเข้ามา 100 Molecule ถ้า ร้อนจะขยายตัว ลูกสูบจะใช้พลังงานมากขึ้นทำให้ มันช้าลง เพราะใช้พลังงานมากขึ้น แต่ถ้า มันถูก cool มันก็จะทำให้ ทำงาน ได้ Efficiency มากกว่า
Multi-stage Compressor Layout
มาดู First stageก่อน จาก compressor บนเรือ First stage คือ ลูกสูบที่ใหญ่ที่สุด จาก First stage จะผ่าน ตัวกรองตัวแรกซึ่ง ทำหน้าที่กรองฝุ่นอย่างเดียว
มีใครเคยเห็นตัวกรองฝุ่นที่ต้องเติมน้ำมันเครื่องบ้าง
ถ้าเป็น Bauer Junior, Bauer ? mobile จะใช้นำมันดักฝุ่น คือ มันเป็นตัวดักฝุ่น ดูดอากาศเข้าไป แล้วใช้น้ำมันดัก แต่ filter ส่วนใหญ่เป็นแบบธรรมดา
พอ ผ่าน Filter ไปแล้ว อากาศ จะผ่าน Crank Shaft(เฟืองเพลาข้อเหวี่ยง) ซึ่งตัวนี้ต่อกับ มอเตอร์ก็จะมีการ ทำให้ลูกสูบ ขึ้นลง ขึ้นลง
Stage 1 พอ Cranksharf หมุน อากาศเข้า ผ่าน filter แล้วเข้าไปใน ท่อ Cooling ที่เป็นท่อขด ๆ Radiator ตัวนี้จะระบายความร้อน ด้วยการที่มีพัดลม อัดเข้าไป เหมือน Heat sync CPU พอ มันCool เสร็จ ปัญหาอีกข้อคือ
คำถาม คือ อากาศมีความชื้น ถ้าเรา Compress อากาศที่มีไอน้ำจะเกิดอะไรขึ้น
คำตอบ ไอน้ำพวกนั้นจะควบแน่น แล้วก็จะกลายเป็น น้ำ
วิธีการก็คือน้ำจะถูกส่งผ่าน LP((Low pressure <15 bar) Intercooler แล้วเข้าสู่ Condensate Seperator ซึ่งจะเต็มไปด้วยน้ำ ถ้าเรา run compressor ไปเรื่อย น้ำเยอะขึ้นเรื่อย ๆ สามารถเข้าสู่ระบบได้ เราเลยต้อง Drain น้ำออก ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องว่าต้อง Drain ออก ทุกกี่นาที
วงจร Electronic สามารถทำ auto drain ได้
จากนั้นจะเป็นอากาศที่เพิ่มความดันมาแล้ว ลดไอน้ำแล้ว ก็จะเป็นอากาศที่เย็นและแห้ง ซึ่งระหว่างทางจะมี Interstage Release Valve ถ้ามันเกิน 15 Bar มันจะ ระบายออกเพื่อกันระบบเสียหาย และเครื่อง Compressor บางรุ่นก็จะมี Pressure guage ใน stage 1
จาะนั้นเข้า Stage 2 ก็ Compress ซึ่งจากที่สังเกตก็คือ ขนาดของ กระบอกลูกสูบ โดย ตัว First stage จะใหญ่กว่า Second Stage พอ ผ่าน 2nd Stage แล้ว ก็จะผ่าน IP(Intermediate Pressure) intercooler แล้วก็ผ่าน Inter-stage Relief Valve และ Consensate Seperator จากนั้นก็เข้าสู่ 3rd Stage ที่มีขนาดเล็กที่สุด
ซึ่งความดันก็จะมากขึ้นตามลำดับจาก ปริมาตรของลูกสูบที่เล็กลง
ทีนี้ 3rd stage จะมี HP intercooler แล้วเช้า Filter แล้วก็มี Aftercool อีกทีเพราะต้องการอากาศที่เย็น แล้วเข้า Final Seperator จากนั้นจะเจอ one-way valve(เครื่องหมาน|< ) เพราะถ้าไม่มี one way valve อากาศเข้าสวนไป ลูกสูบพังทุกตัว จากนั้นจะมี Pressure guage แล้วไป Filter Tower ผ่าน Pressure Maining Valve (ตัว PMV มันจะทำให้ Filter Tower มี pressure ตลอดเวลาเเช่นถ้า PMV set ค่าไว้ 100bar จะทำให้อากาศไม่จ่ายออกถ้าไม่เกิน 100bar เพื่อให้ filterคา pressure ไว้) อีกตัวแล้วออกไป OUtlet Manifold
เพราะอากาศจะเริ่มอัดเมื่อ Pressure ถึง ระดับหนึง่ไมไ่ด้เริ่มอัดตั้งแต่ 1bar
PMV Valve สำคัญมาก เพราะว่า ส่วนใหญ่จะตั้งไว้ที่ 80-100 bar ทำไมต้องให้ Pressure ไปเลี้ยง filter ตลอดเวลา เพราะว่าทำให้พวก Molecular Seive มีอายุนานขึ้น
นั่นคือสาเหตุที่ต้องมี PMV Valve
Personal Filter Scuba ถ้าปกติ พี่ปอไปจะพกตัวนี้ไปเองซึ่งก็จะมี สารประกอบต่างกันไป
ภายในก็จะมี
ถ้าเราพกไปปัญหาคือ ถ้าเราไม่ต่อ Compressor ก็จะทำให้ สารกรองข้างใน เสื่อมเร็วขึ้น แต่ถ้ามี pressure maintain ก็จะทำให้อายุมันอยู่นานขึ้น
ถ้าเป็น Pressure Tower ก็จะมี PMV มาด้วยทำให้อายุ มันนานขึ้นซึ่งดีกว่า Personal Filter เพราะว่าไม่ได้ Maintain Pressure ไว้
Filter จะอยู่ได้นานถ้ามี Pressure
Compressor ส่วนใหญ่มี 3 stage หมด แต่บางตัวอาจจะไม่มี Pressure guageทุก stage หรือว่าอาจจะไม่มี Condensor seperator ทุก Stage
ตัว interstage release valve จะเป็น check valve ภายในตัว
อันนี้คือ Personal Filter เวลาใช้เพื่อให้ Main tain pressure ไว้ก็จะติด PMV ไว้ซึ่งมันจะเขียนไว้ว่า มัน Maintain pressure ที่เท่าไหร่
ดังนั้น Compreesor design ปัจจุบัน
Compressor จะใช้ Lubrication มีของเหลวอยู่ข้างใน ตัวเพลาข้อเหวี่ยงต้องมีน้ำมันเสมอ ซึ่ง ใน Scuba จะใช้ Oil Lubricant ซึ่ง
โดย Lubricant จะมีอยู่ 2 พวก
1. Mineral ถูกกว่า
2. Synthetic แพงกว่า
ถ้า Compressor ที่จะต้องใช้กับ Nitrox ต้องใช้ Synthetic
Oil-freed Compressor(ไม่ต้องมี oil lubricant)แทนที่จะเป็น O-ring ก็จะใช้ แหวน Ceramic มี Eagle land, Rich จะใช้ สำหรับ CNG
สามารถใช้กับ Scuba ได้ แต่แพงมาก
ดังนั้น ถ้าใช้ Oil lubricant ต้อง make ชัวมามีน้ำมันอยู่ ไม่มาก และน้อยเกินไป
มากไป เข้าระบบ น้อยไป ก็ เพลาข้อเหวี่ยงมีปัญหา
ถ้าน้ำมันเข้าระบบ ก็จะมีปัญหาได้หลายอย่าง และมันไม่ใช่น้ำมัน Food grade ซึ่ง Food grade ก็ไม่ทนความร้อนใช้ไม่ได้อยู่ดี
ต่อมามี Prime Movers
จะใช้ เป็นไฟฟ้าก็จะมี
220V สำหรับ ไฟ 1 phase
480 V สำหรับไฟ 3 phase
น้ำมัน
ดีเซล
เบนซิน (Petrol, Gasoline)
Compressor ของ วราสินธิ์ เป็น 3 phase หมดเลย และคิดว่าเรือทุกลำน่าจะเป็น 3 phase
ถ้าต้องเลือก compressor มาปั่น การใช้ 3 phase 3 phase จะประหยัดกว่า เพราะว่า 3 phase ได้ไปมาสามเส้น
ของครูปอใช้ Gasoline ใช้ น้ำมัน 95 ข้อเสียคือเครื่องพังเร็ว และมีปัญหาถ้าตัว Coil ที่คอยจ่ายไฟให้หัวฉีด มันจะเจ๊งเร็วมาก
เครื่อง Honda น่าจะดีที่สุด ถ้า ซื้อ Bauer จะได้เครื่อง SUbaru เปลี่ยน เป็ฯ Honda เรพาะว่า SUbaru หา Coil เปลี่ยนไม่ได้ Subaru ใช้เมืองหนาวดี Honda ใช้เมืองร้อนดี
Diesel , Kubta,Yunma ,Hash ของเยอรมัน ดีเซลประหยัดกว่า แต่ start ยากมาก
เครื่องดีเซลล์ถูกสุด แต่ว่า มันตั้งรอบยาก พอใช้ LAser วัดรอบดีเซลล์ ต้องตั้งใหม่ แต่ เบนซิน กับไฟฟ้ารอบ พอ ๆกัน ซึ่ง ถ้าใช้ เครื่อ งHash เครื่อง ดีเซลล์ ของ เยอรมัน ที่ไม่มีวันพัง แต่เสียงดังมาก
นี่คือข้อดี ของ Multi stage
บทที่ 2 GAS PURITY
พูดถึงการกรอง
Lesson Outline
Gas filter
Design criteria
Design criteria
เครื่อง Compressor จะมี filter ของครูปอต้องการ purity สูงมาก นอกจากจะมี ในเครื่องแล้วก็จะมี แท่งด้านนอก
ตัว Filter กรองอะไรบ้าง
1.น้ำ ถึงแม้จะมีการกรองน้ำในเครื่องอยู่แล้ว ก็ยังต้องมีอยู่ดี เพราะว่าเมืองไทย ความชื้นสูงมาก ถ้าไปเมืองหนาว เวลาดูดไป compressor จะทำงานเร็ว เพราะว่าอากาศเย็น และอากาศแห้ง ดังนั้น Compressor จะทำใงานได้นานกว่า
2. Oil mist
3. Odor
4. Particle พวกสนิมเหล็ก ที่หลุดมาจาก Compressor โลหะหนัก ปรอท
Can include additional design feature
ต้องมีตัวกรอง CO ด้วย
Filter Chemical s
ถามว่าทำไม Input ถึงอยู่ข้างล่าง เพราะว่าต้องการให้ ตะกอน กรอง และตกอยู่ข้างล่าง ดักน้ำและโลหะหนักก็จะอยู่ข้างล่าง เพื่อใช้ Gravity ช่วย
และจะมี patch ขาว ๆรอง ในรูปใช้
Activated Alumina เพื่อดักจับน้ำ moist ในไทยไม่ค่อยเห็นใครใช้
อีกชั้นเป็น Active Carbon กรองกลิ่น กรองน้ำมัน
อีกชั้นเป็ฯ Molecular Sieve กรอง Moisture ทั้ง oil และ water ทุกวันนี้ Molecular Sieve ถูกลงมาก็เลยใช้ Molecular มากกว่าไม่ได้ใช้ Activated Alumina
Disposable Filter Cartridge
สามารถซื้อ แบบ Cartridge มาเลยของ Bauer มี P21 กับ ญ_จ
compressorพี่ปอ P20 Wayoon เป็น P31
ถ้าซื้อ Cartridge มา P 20 จะ 1800 ถ้ากรอง CO ด้วย จะ 2200 ใช้ได้ 50 ชม เทียบแล้วได้ S80 จาก 0-200 ใช้เวลา 20 นาที ชม ละ 3 ใบ สรุปได้ 150 ใบ แสดงว่าถ้าซื้อสำเร็จรูป ค่าน้ำมัน 10 บาท Cartrige ๅถ บาท
P30 น่าจะใช้ได้ 80 หรือ 100 ชม
ถ้ากรอกเองก็จะตกประมาณ200 บาท ต่อ Cartrige จาก ถังละ 15 บาท เหลือถัง 1.5 บาท
ถ้าใส่เอง พี่ปอจะใส่ Molecular sieve(Crysyaline Sodium) / activated Carbon / Molecular Sieve
Filter Life
อายุการใช้งานจะเป็น ชั่วโมง
Filter Capacity
Changing the Filter
Accumulated Run Hours
Moisture Sensor บางตัว มี Moisture Censor ด้วย
ถ้าเจอ compressor ระบบ Secuus
ใน Asia มี แค่ สองที่ คือ Borneal diver ที่ Sipadan และ Gili ของ Adi เป็น Bauer สองตัวที่ดีสุดใน Asia
มีอีกอันที่ Dubai
บทสุดท้าย
คือการเติมถัง
การ test ถัง คือ Visual 1 ปี Hydro 5ปี
ถังเหล็กบางรุ่นก็จะมี expire ด้วย
ในการเติมถังจาก Compressor
ถัง Steel ต้องได้ มาตรฐาน
ของ england
ของไทยเป็น
DOT AL 3 CTC ALM3
เราไม่มีกฎบังคับ TIS ( สมอ) ซึ่งน่าจะรับรอง Standard CGA ถังที่มี DOT บนถัง ย่อมาจาก Department of Transporation ของ america
CTC คือ Canadian transportation commission
ของ EUROPE ต้องมี BS/EN 5045/7 British standard + European Norms
ไป ยุโรป ต้อง มี CE ถ้าไม่มี ฉCE ดำยุโรปไม่ได้
Rebreather ของ เมกาไม่มี CE เลยนอกจาก Holis
ในการทดสอบ ก็จะมีมาตรฐานของ Steel
Steel EN 1968
Aluminum EN 1802
Test frequency 30 months
IDEST ซึ่งคนเดียวที่ทำได้ใน ไทยคือ Steve Burton
Eddy current test เป็นการทดสอบ Metal fatique test
เช่นถ้าเราเอา paper clip มาหักครึ่งได้ แสดงว่าเหล็กไม่ไหวแล้ว
VIP = visual inspection
VIP + =
ถ้าใส่ valve แล้วหมุนผ่านตลอด ก็ ปั๊ม Go แต่ว่า ถ้า ใส่ valve แล้ว crack ก็จะปั๊ม nogo
สามารถ ผ่าถังเลย
ถ้าคุณเติมถัง ถัง ไม่มี visual inspection หรือไม่ได้ Hydro 5 ปี ไม่งั้นตายแน่นอน
ขั้นตอนในการเติมสิ่งแรกคือ
Airbank
CO
สารที่ใช้ในการกรอง CO คือ Hopcalite ซึ่งหน้าที่ของมันคือ เปลี่ยน CO ไปเป็น CO2
ถ้าโดนมือ แล้วมือมีความชื้นนี่กัดมือ
Comments
Post a Comment